No Rules Rule – Takeaways จาก บทที่ 5

เมื่อองค์กรของท่านมีสิ่งต่อไปนี้: 1. มีพนักงานฝีมือเยี่ยมที่สุด 2. องค์กรของท่านเปิดใจรับฟัง feedback ที่ตรงไปตรงมาและเป็นประโยชน์จากพนักงาน 3. ยึดมั่นเรื่องความโปร่งใส ทำให้พนักงานเชื่อมั่นและเชื่อใจ แลองค์กรก็เชื่อใจพนักงานของตนเอง พนักงานงานของท่านก็จะแสดงความรับผิดชอบ และทำให้องค์กรรู้ว่าพวกเขามีความน่าเชื่อถือและน่าไว้ใจมากแค่ไหน ดังนั้นสิ่งที่องค์กรต้องทำก็คือ – ทำให้ความโปร่งใส (transparency) กลายเป็นนิสัยขององค์กร เป็นองค์กรที่ไม่มีความลับ เปิดเผย และเชื่อใจกันและกัน – เปิดตัวเลขทางบัญชี/การเงิน ให้พนักงานรู้ สอนให้เขาเข้าใจงบการเงิน งบกำไร/ขาดทุน – การตัดสินใจใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับองค์กร งานขององค์กร สวัสดิภาพสวัสดิการของพนักงาน การเลิกจ้าง ต้องทำด้วยความโปร่งใสและสื่อสารให้พนักงานรับรู้อย่างตรงไปตรงมา แต่จงให้เกียรติการรักษาความลับที่เป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานเว้นเสียเขาจะอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลนั้นได้ – เปิดใจ เปิดเผย แม้เรื่องนั้นจะเป็นความผิดพลาดที่เราได้ทำ โดยเฉพาะถ้าท่านเป็นผู้นำ การทำเช่นนี้จะทำให้พนักงานในองค์กรมีความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น และความนิยมในตัวท่าน รวมถึงเป็นการส่งเสริมนวตกรรมที่ดีอีกด้วย

No Rules Rule – Takeaways จาก บทที่ 4

Netflix ขึ้นชื่อเรื่องการจ่ายเงินแบบ Top of Market หรือจ่ายเงินเดือนให้สูงกว่าบริษัทอื่นๆเพื่อรักษาคนที่มีความสามารถไว้ดังนั้น Netflix เชื่อว่า: 1. วิธีการให้เงินเดือนขององค์กรทั่วๆไปนั้นไช้ไม่ได้กับองค์กรที่ต้องการความสร้างสรรค์ พรสวรรค์และความสามารถระดับเทพ 2. องค์กรต้องแบ่งพนักงานออกเป็น 2 ประเภท 1) กลุ่มที่เป็น creative workforce (เช่น ผู้กำกับ คนเขียนบท)และกลุ่มที่ทำงานแบบ routine หรือ operation เช่น พนักงานทำความสะอาด สำหรับกลุ่มแรก องค์กรต้องจ่ายเงินแบบ top of market ในขณะที่องค์กรสามารถใช้วิธีการให้เงินเดือนแบบทั่วไปกับพนักงานกลุ่มที่ 2 ได้ ดังนั้นการจ้างพนักงานที่มีความสามารถสูงสุด และฝีมือดีที่สุดในวงการเพียงคนเดียวจึงดีกว่าการจ้างคนความสามารถกลางๆ 10 คน 3. อย่าให้โบนัส เพราะผลจากงานวิจัยสรุปว่าการให้โบนัสกับงานแบบ creative เป็นการทำลายความสร้างสรรค์และแรงจูงใจในการทำงาน แต่ให้เอาเงินที่อยากให้เป็นโบนัสไปเพิ่มเป็นเงินเดือนแทน 4. สอนให้พนักงานสร้างเครือข่าย ใช้เวลาในการเรียนรู้ตนเอง ทีมงาน และมูลค่าตลาด (ค่าแรงที่ควรได้รับ) ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนั้นแปลว่าองค์กรต้องยอมให้พนักงานไปสมัครงานกับองค์กรอื่น หรือ คุยกับ...

No Rules Rule – Takeaways จาก บทที่ 2

Netflix ให้ความสำคัญกับ candor หรือ การแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย แต่ทั้งหมดนี้ต้องทำด้วยความปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมงานและองค์กร และการที่ผู้ที่มีความสามารถสูงอยู่แล้วสามารถแสดงความเห็นได้อย่างตรงไปตรงมาจะทำให้เขาเป็นพนักงานชั้นเลิศขององค์กร การให้ผลสะท้อนกลับ (feedback) อย่าสม่ำเสมอจะเพิ่มความเร็วและประสิทธิผลในการทำงาน องค์กรจะต้องทำให้การให้ feedback เป็นนิสัยขององค์กร และทำอย่างสม่ำเสมอในทุกการประชุม ต้องฝึกฝนพนักงานเรื่องการให้ feedback ที่ดี โดยใช้แนวปฏิบัติ 4As ในฐานะผู้นำ ท่านต้องจะต้องหมั่นฟังและรวบรวม feedback นอกจากนี้ต้องสนองตอบแต่ละ feedback อย่างเหมาะสมและเป็นประจำ เอาพวก ‘ตัวห่วย’ ออกจากองค์กร ซึ่งคนพวกนี้กลุ่มแรกก็คือกลุ่มไร้ผลงาน หรือ non-performer อีกลุ่มก็คือคนที่ชอบ ‘ติ’ แต่ไม่ยอมเสนอวิธีแก้ไข หรือให้แนวคิดแนวทางปฏิบัติที่ทำให้ผู้ที่ได้รับ feedback ปรับปรุงตนเองได้ และทำให้การแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเป็นนิสัยขององค์กรให้ได้

No Rules Rule – Takeaways จาก บทที่ 1

Takeaways: 1. เป้าหมายอันดับหนึ่งขององค์กรคือต้องสร้างสภพแวดล้อมการทำงานเพื่อดึงดูดพนักงานฝีมือดีมีความสามารถสูง (stunning colleagues) 2. พนักงานฝืมือดีจะสามารถทำงานเจ๋งๆได้เป็นจำนวนมาก มีความสร้างสรรค์สูง และมีความอยากทำงาน 3. พนักงานที่ไม่ได้เรื่อง เกียจคร้าน หรือแม้กระทั่งพวกนิสัยดีปากหวาน ที่ความสามารถทั่วๆไปจะเป็นตัวถ่วงของทุกคน ดังนั้นสิ่งที่องค์กรควรทำคือเพิ่มความเข้มข้นของความสามารถ (talent density) ให้สูงที่สุดโดยการรับแต่พนักงานทีความสามารถสูงเท่านั้น นอกจากนี้ัองค์กรต้องสร้างบรรยากาศที่ทำให้พนักงานสามารถพูดในสิ่งที่ตนเองคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้เสมอ โดยไม่ต้องเกรงใจ หรือกลัวว่าจะถูกตำหนิ การให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งสำคัญ การพูดลับหลังหรือให้ร้ายคนอื่นลับหลัง (back stabbing) จะทำร้ายองค์กรมาก

Agile Management for Results (Part II) – The 10 Principles

บัญญัติ 10 ประการสำหรับการบริหารงานแบบ agile  บัณญัติก็คือแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้การบริการแบบคล่องตัวมีทิศทาง และกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่บริหารงานแบบ agile หลงทาง  โดยมี 10 ข้อดังต่อไปนี้ 1. กฏ 80/20 หมายถึง แทนที่จะใช้เวลาวิเคราะห์และวางแผน 80% และมีเวลาทำงานแค่ 20 % การบริหารงานแบบ agile ต้องทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามคือ ใช้เวลาวิเคราะห์และวางแผนเพียง 20% และมุ่งทำงาน 80% 2. ใช้แนวคิดแบบ startup ในเรื่อง Build, Measure, Learn หมายถึง มุ่งทำให้เกิดผล เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดจากการปฏิบัติ แล้วนำข้อผิดพลาดนั้นมาพิจารณาปรับกระบวนการไปเรื่อยๆ  ถ้าแล้วเจ๊งไม่เป็นไรปล่อยไป พร้อมเริ่มต้นใหม่เสมอ 3. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หมายถึงเรียนรู้จากสิ่งที่ทำ นำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาปรับปรุงและพัฒนาการทำงานครั้งต่อไปให้ดีขึ้นเสมอ 4. ปรับปรุงผลลัพธ์ให้ดีเรื่อยเป็นการสร้างแรงผลักดันให้งานเดินไปข้างหน้า และเพิ่มคุณค่าของผลลัพธ์ขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นกว่าเดิมเสมอ ถึงแม้ว่าจะดีขึ้นทีละเล็กทีละน้อยก็ตาม  5. Less is More หมายถึง แบ่งงานออกเป็นชิ้นเล็กๆ...

Agile Management for Results (Part I) – The 10 Values

การบริหารภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่สามารถตอบสนองต่อ “ตลาด” หรือ ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงเป้าและทันกาล เครื่องมือทางการบริหารที่สามารถนำมาใช้ได้คือ Agile Management   คำว่า ‘agile’ แปลอย่างตรงตัวหมายความว่า “คล่องแคล่ว”  ส่วน ‘agility’ ซึ่งเป็นคำนามแปลว่า ‘ความคล่องแคล่ว หรือ ความคล่องตัว’     ความคล่องตัวจะมีนัยแฝงของความยืดยุ่นด้วยเสมอ คือ จะคล่องตัวได้ก็ต้องมีความยืดหยุ่นด้วย เมื่อมองในบริบทองค์กร องค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วทันโลก ตอบสนองลูกค้าได้อย่างทันท่วงทีก็ต้องมีทั้งความคล่องตัว (agility) และความยืดหยุ่น (flexibility)  Agile Management ประกอบด้วย 3 เสาหลักสำคัญคือ ค่านิยม (values), หลักการ (principles) และ แนวปฏิบัติ (practice)  ค่านิยม (Values) 10 ประการที่สำคัญของ agile management เป็นฐานสำคัญอันจะนำไปสู่การปฏิบัติ 1. Action over Analysis Paralysis หมายถึง ให้ทำมากกว่าคิดวิเคราะห์วางแผน  การกระทำ...