No Rules Rule. – Takeaways จาก บทที่ 6

สำหรับองค์กรที่มีการพัฒนานวตกรรมอย่างก้าวกระโดด และนวตกรรมเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การกระจายอำนาจการตัดสินใจ หรือการให้พนักงานสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว (empowermentn) เป็นสิ่งจำเป็น สิ่งที่องค์กรประเภทนี้จำเป็นต้องมีก็คือ ปรัชญาที่ว่า “อย่าทำงานเพื่อเอาใจหัวน้า” ดังนั้น วัฒนธรม “ใช่ครับพี ดีครับท่าน” จึงเป็นการทำลายนวตกรรมอย่างเลวร้ายที่สุด เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาในองค์กร จงบอกชวนให้เขาคิดว่า เขาเหมือนมีเงินหรือชิฟพนันจำนวนหนึ่งอยู่ในมือ เขาต้องกล้าที่จะใช้เงินนั้นลงขัน พนันกับสิ่งที่เขาอยากทำ การพนันมีแพ้มีชนะ ประสิทธิภาพการทำงานของเขาวัดจากผลกำไรหรือเงินในมือของเขาที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะมากขึ้นหรือหมดไปก็ตาม การพนันนั้นไม่ใช่การพนันที่พึ่งพาแต่โชคชะตา แต่ต้องเป็นการพนันหรือการลงทุนทีดี โดยการนำแนวคิดที่อยากทำไปเล่าให้คนอื่นๆฟัง เพื่อให้ได้รับความเห็น คำวิจาร์ และ feedback เพื่อนำเป็นข้อมูลกลับมาพิจารณาว่าแนวคิดนั้นดีจริงหรือไม่ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่ สิ่งสำคัญข้อสุดท้ายก็คือ เมื่อได้นำแนวคิดไปทำแล้ว แต่พบว่าล้มเหลวจงอย่างเก็บความล้มเหลวไว้กับตัวเอง แต่ให้แบ่งปันบทเรียนที่ไดัรับจากความล้มเหลวนั้นให้คนอื่นๆในองค์กรได้รับทราบโดยไม่ต้องอาย

ปัจจัยส่งเสริมนวตกรรม

นักลงทุนมากประสบการณ์จาก Silicon Valley อย่าง Randy Komisar ได้ให้ข้อคิดไว้ในงาน IDE 2017 เกี่ยวกับเรื่อง Innovation ว่าเพราะเหตุใดประเทศอเมริกา ถึงมี Innovation อย่างต่อเนื่อง Randy ได้สรุป 3 ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า: 1. การมีคนอพยพไปอเมริกาอย่างต่อเนื่องเป็นจุดแข็งทำให้เกิดนวตกรรม เนื่องจากความหลากหลายทางความคิด (ซึ่งเกิดจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์) ทำให้มุมมองมีความหลากหลาย การแก้ไขปัญหาโดยมีฐานความคิดที่มีความหลากลาย (diversity) ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ และคิดหาวิธีใหม่ๆในการแก้ปัญหาได้

Zero to One (Part II)

การไปนั่งฟังอาจารย์มาสอนเรื่องผู้ประกอบการ ในส่วนของ Lean Canvas ทำให้ผมต้องกลับมานั่งพิจารณาการหาโอกาสทางธุรกิจอีกรอบ สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะหยิบแนวคิดของ Peter Thiel จากหนังสือ Zeto to One มาอธิบายต่อ ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาแบบก้าวกระโดด แนวคิดธุรกิจแบบ start up ผุดขึ้นมากกว่าดอกเห็ด ทำให้นักศึกษาหลายคนสงสัยว่าโอกาสทางธุรกิจแบบ “vertical” ตามนิยามของ Peter Thiel ยังจะมีอยู่อีกเหรอ ไม่ว่าจะคิดอะไรขึ้นมาก็ดูเหมือนว่าจะมีคนคิดและทำไปก่อนหน้าแล้ว แต่การคิดแบบนี้ถูกต้องแล้วหรือ จริงหรือไม่ที่โลกนี้ไม่เหลือ “ความลับ” หรือ โอกาสทางธุรกิจแบบ vertial แล้วจริงหรือ?